“อมตะ” ลุ้นรัฐเปิดประตูรับนักลงทุน

“อมตะ” ขานรับแนวทางรัฐบาลไฟเขียวนักธุรกิจ นักลงทุนเข้าประเทศ ชี้เป็นสัญญาณลงทุนที่ดี ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ มั่นใจ ไทยเป็นพื้นที่ลงทุนเป้าหมายของจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐ

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาดบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ  AMATA  เปิดเผยว่า  หลังจากที่รัฐบาลเตรียมการศึกษาแนวทางการเปิดให้มีการเดินทางเข้าประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มนักธุรกิจ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะเร่งการขับเคลื่อนการลงทุนให้เกิดขึ้นในประเทศ เป็นไปตามข้อเสนอของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.)ที่ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้า คณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ให้มีแนวทางการผ่อนปรนการเดินทางเข้าประเทศของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่ อีอีซี  ตามที่กลุ่มธุรกิจในพื้นที่อีอีซีได้ยื่นหนังสือขอจากภาครัฐทั้งจากญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศ อื่นๆหลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น

ดังนั้น ความเคลื่อนไหวการลงทุนในประเทศพร้อมเดินหน้าต่อไปได้  เพราะเงื่อนไขที่เปิดให้นักธุรกิจเดินทางเข้า- ออกได้ ทำให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะขณะนี้ ในส่วนของอมตะ มีการติดต่อกับนักลงทุนหลายรายแต่ยังไม่สามารถเข้ามาดู และศึกษาพื้นที่จริงได้ ทำให้การตัดสินใจซื้อที่ดินต้องชะลอออกไป  เพื่อรอมาตรการการเปิดอย่างเป็นทางการ

โดยเชื่อว่าไทยจะเป็นประเทศเป้าหมายรองรับการเคลื่อนย้ายการลงทุนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และด้วยสถานการณ์ของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่ยังคงมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้น ทำให้ ไทย กับประเทศเวียดนามนับเป็น พื้นที่การลงทุน ที่ ประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และสหรัฐ ให้ความสนใจ เนื่องจากไทย มีความได้เปรียบในเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาด และไม่มีความขัดแย้งในเชิงการเมือง หากมีการตัดสินใจย้ายฐานการลงทุน ก็ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการนิคมในไทย รวมทั้งกลุ่มอมตะ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มอมตะได้ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอให้ชมที่ดิน ผ่านระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ แบบเรียลไทม์ สามารถเห็นพื้นที่จริง

อย่างไรก็ตามแม้ว่า ไทยจะมีการผ่อนปรนให้มีการเดินทางเข้าประเทศของนักลงทุนและผู้ประกอบการต่างประเทศแล้วก็ตาม แต่ยังคงต้องให้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไข มาตรการการรักษาความปลอดภัย ด้านสุขอนามัยที่รัฐบาลกำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจในการยับยั้งการแพร่ระบาด ที่ทุกประเทศควรต้องเข้มงวดต่อไป

Share this post

Related posts

Leave a Comment